Hair Stem Cell

นวัตกรรมทางการแพทย์เฉพาะทางด้านเซลล์บำบัดล่าสุด ที่พัฒนาและวิจัยจนค้นพบ Autologous Micrografting Technology® ทางออกสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบางและผมน้อย ด้วยการสกัดสเต็มเซลล์จากรากผมที่แข็งแรงของตนเองแล้วนำมาฉีดกลับไปยังหนังศีรษะบริเวณที่มีปัญหา ซึ่งเป็น “Autotransplant” ที่มีความปลอดภัย สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างรากผมใหม่ พร้อมฟื้นฟูรากผมเดิมให้แข็งแรง ทำให้ปริมาณเส้นผมมีความหนาแน่นขึ้น เส้นผมใหม่มีความหนาและแข็งแรงขึ้น เพิ่มความมั่นใจได้มากกว่า 100% ด้วยการรับรองมาตรฐานจาก FDA และ CE ยุโรป

Hair Stem Cell เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีปัญหาผมบาง ผมน้อย ทั้งผู้ชายและผู้หญิง
  • ผู้ที่มีปัญหาศีรษะเริ่มล้าน โดยผู้ชายอยู่ในระยะ 1-3 ส่วนของผู้หญิงอยู่ในระยะที่ 1-2
  • ผู้ที่มีปัญหาผมร่วงที่เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม
  • ผู้ที่มีปัญหาผมร่วงจากฮอร์โมน หรือความเครียด
  • ผู้ที่มีปัญหาผมร่วงจากระบบภูมิคุ้มกัน รวมทั้งภาวะผมร่วงหลังคลอด
  • ผู้ที่ยังไม่พร้อมกับการผ่าตัดปลูกผมด้วยวิธี FUT หรือ FUE

สาเหตุปัญหาผมบาง ผมน้อย ศีรษะล้าน

ปัญหาผมบาง ผมน้อย และศีรษะล้าน สามารถพบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย โดยมีสาเหตุได้มากมาย อาทิ

  • ผมร่วงจากกรรมพันธุ์ (Androgenetic alopecia) สามารถพบได้ในเพศชายที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ในขณะที่เพศหญิงมักจะเริ่มแสดงอาการหลังวัยหมดประจำเดือน
  • ผมร่วงจากการหยุดเจริญชั่วคราว ในแต่ละวันจะมีเส้นผมประมาณ 10%-15% ที่หยุดเจริญและหลุดร่วงไป แต่ในบางภาวะเส้นผมที่กำลังเจริญอาจหยุดการเจริญในทันที ทำให้เส้นผมเสื่อมและหลุดร่วงเพิ่มจำนวนมากกว่าปกติ เช่น ผู้หญิงหลังจากคลอดบุตร, การเจ็บป่วยเรื้อรัง, การใช้ยาบางชนิด และภาวะเครียด เป็นต้น
  • ผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata) อาการผมร่วงเป็นหย่อม เชื่อว่าเกิดจากการที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อรากผมตัวเอง ซึ่งสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด และมักพบร่วมกับโรคอื่นๆ โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้
  • ผมร่วงจากเชื้อรา (Tinea capitis) เกิดจากการติดเชื้อรา โรคนี้จะทำให้ผมร่วงเป็นหย่อมๆ เป็นผื่นแดง คัน และเป็นขุยหรือสะเก็ด
  • ผมร่วงจากการทำผม การใช้ยาและการฉายรังสี ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เส้นผม และรากผมอ่อนแอ

อย่างไรก็ดี 90% ของปัญหาผมบาง ผมน้อย จะมีสาเหตุมาจากพันธุกรรม และฮอร์โมนเพศชาย (Pattern Hair Loss หรือ Androgenic Alopecia) โดยในผู้ชายจะเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนกว่า เริ่มจากแนวผมด้านหน้าบริเวณขมับค่อย ๆ ร่นลึกเข้าไปด้านใน และผมบางล้านเว้าบริเวณกลางศีรษะ สำหรับผู้หญิงนั้น 40% จะมีผมร่วงแบบกระจายทั่วศีรษะ และผมเริ่ม
บางเว้าบริเวณกลางศีรษะ และลามเป็นบริเวณกว้างขึ้นเรื่อย ๆ

Hair Stem Cell นวัตกรรมสเต็มเซลล์รากผม ไม่ต้องผ่าตัด

จากความก้าวหน้าในการพัฒนาด้านเซลล์บำบัดของทีมแพทย์ จึงได้มีการนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้กับการรักษาปัญหาผมร่วง ผมบางและหนังศีรษะล้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีที่อัพเดตนี้ คือ Autologous Micrografting Technology® ซึ่งจะช่วยให้เกิดการกระตุ้นและฟื้นฟูที่สามารถเอาชนะปัจจัยอื่นๆ ที่มีต่อความแข็งแรงของเซลล์รากผมและสุขภาพเส้นผมได้ อาทิ ปัจจัยทางพันธุกรรม หรือฮอร์โมน โดยวิธีการรักษานี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบาง ผมน้อย แต่ยังไม่ถึงกับศีรษะล้าน เพราะยังมีรูขุมขนอยู่ การฉีดสเต็มเซลล์รากผมเข้าไปยังคงสามารถกระตุ้นให้เส้นผมใหม่งอกขึ้นมาตามรูขุมขนได้ ในขณะที่ปัญหาศีรษะเถิกล้าน แล้วปล่อยทิ้งไว้จนรูขุมขนปิดไปแล้วนั้น ควรได้รับการรักษาด้วยการปลูกย้ายรากผม Advanced FUE เท่านั้น

การคัดเลือกสเต็มเซลล์รากผมจากบริเวณหนังศีรษะที่มีความแข็งแรงเพื่อนำมาใช้ในการรักษานั้น ต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์เฉพาะทางในการคัดแยกและสกัดให้ได้ “Active Live Cells” ที่มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นให้เซลล์รากผมเดิมที่เสื่อมสภาพเกิดการฟื้นฟู และเพิ่มจำนวนเซลล์รากผมใหม่ได้สูงสุด โดยแพทย์จะทำการฉีด Active Live Cells ที่สกัดได้ลงไปที่หนังศีรษะในบริเวณที่มีปัญหาโดยตรง ซึ่งวิธีนี้จะทำให้สเต็มเซลล์รากผมสามารถกระตุ้นให้เกิดกระบวนการ Regenerative Process ของเซลล์รากผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เส้นผมที่ขึ้นมาใหม่นั้นจะเป็นผมที่แข็งแรง ขนาดเส้นผมที่ใหญ่ขึ้น และมีความหนาแน่นของปริมาณเส้นผมมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ช่วยลดการหลุด ร่วงของเส้นผมเดิมให้น้อยลงได้อีกด้วย

ความรู้สึกขณะได้รับการรักษาด้วย  Hair Stem Cell

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะฉีดยาชาบริเวณที่จะทำการเจาะเก็บสเต็มเซลล์รากผม ซึ่งจะโดยปกติจะอยู่บริเวณท้ายทอยหรือข้างหลังใบหู ซึ่ง Dermal Cup Sheath ของเซลล์รากผมบริเวณนี้จะได้อิทธิพลจากฮอร์โมนน้อยที่สุด จากนั้นจะใช้เครื่องมือพิเศษทางการแพทย์ที่มีขนาดเล็กเพียง 2.5 มิลลิเมตร ในการดึงเก็บเซลล์รากผมที่แข็งแรงออกมาแล้วนำไปเก็บไว้ในน้ำเลี้ยงเซลล์ จากนั้นจึงนำไปผ่านกระบวนการคัดแยก “Active Live Cells” ที่มีความสมบูรณ์ แล้วค่อยนำสเต็มเซลล์ที่ได้กลับไป “ฉีด” ที่หนังศีรษะในบริเวณที่มีปัญหาผมน้อยและผมบาง วิธีนี้ถือได้ว่าเป็น Autotransplant ที่มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากเป็นการนำเซลล์ของตนเองมาใช้ในการรักษา โดยใช้ระยะเวลาในการรักษาประมาณ 45-60 นาที

ผลลัพธ์ของการรักษาด้วย Hair Stem Cell

เริ่มเห็นผลลัพธ์ของการรักษาได้ใน 2-3 สัปดาห์ และชัดเจนขึ้นเรื่อยใน 3-6 เดือน ผมดูดกหนาขึ้น  เส้นผมมีขนาดทีใหญ่และแข็งแรงขึ้น ทั้งนี้เส้นผมที่ขึ้นใหม่จะคงอยู่ตลอดจนกว่าจะถึงวงจรการหลุดร่วงของเส้นผมตามปกติ เพื่อให้เซลล์รากผมที่เราทำการกระตุ้นให้เกิดการฟื้นฟูไปนั้นมีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ แพทย์จะแนะนำให้ทำการรักษาอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น การทำ Micro Hair Injection เพื่อปรับฮอร์โมนและเร่งการเจริญเติบของเซลล์รากผมใหม่ รวมไปถึงการฉายแสง Advanced Light Laser ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเส้นผมที่เกิดใหม่ให้คงอยู่ได้นานและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

**หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อายุ และการดูแลรักษาหลังทำ**

 

การเตรียมตัวก่อนการรักษา Hair Stem Cell

  • ตรวจสภาพหนังศีรษะเพื่อทำการวิเคราะห์เส้นผม
  • งดทำสีผม และงดใส่ผงไฟเบอร์ก่อนมาทำการปลูกผมด้วย Hair Stem Cell
  • งดสูบบุหรี และดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • ควรงดวิตามิน อาทิ Fish oil และ Vitamin E ก่อนประมาณ 1-2 สัปดาห์
  • กรณีที่มีการกินยาในกลุ่ม Aspirin หรือยารักษาโรคที่ต้องกินเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการผ่าตัด
  • ใช้แชมพูปรับเตรียมความพร้อมและปรับสภาพหนังศีรษะก่อนการผ่าตัด 1-2 สัปดาห์ ตามคำแนะนำของแพทย์

การดูแลหลังการรักษา Hair Stem Cell

  • หลังผ่าตัด สามารถกลับบ้านได้ และสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ
  • อาการปวดส่วนใหญ่จะอยู่ที่แผลในบริเวณที่มีการตัดเอาเซลล์มาใน 1-2 วันแรก สามารถทานยาแก้ปวดได้
  • หลังผ่าตัด 24 ชั่วโมง แผลจะเริ่มเป็น สะเก็ดแห้งๆ ห้ามแกะ หรือเกาบริเวณที่ผ่าตัดเด็ดขาด
  • 1-7 วันแรกหลังผ่าตัด ให้กลับมาดูแลแผลหลังการผ่าตัดตามแพทย์นัด
  • สามารถเริ่มสระผมได้หลังผ่าตัด 1-2 วัน โดยใช้แชมพูที่มีความอ่อนโยนตามที่แพทย์แนะนำ
  • หลังการปลูกผม 15 วันให้กลับมาทำติดตามผลกับแพทย์และทำทรีตเมนต์ตามนัด
  • ควรงดการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ 1-3 เดือน หลังการรักษา
  • ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด